พื้นที่โฆษณา 200x200 pixels
สนใจติดต่อ
092 495 2563
E-mail : motorsportlives@gmail.com

 

Breaking News on Twitter
 
Thailand Motorsport » Honda Racing News
2017-08-03

"เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์" กับ "ซูซูกะ 4 ชั่วโมง" ก้าวแรกความสำเร็จ "ทีมไทย100%"

ทีมไทยในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป เมื่อ "เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์" เริ่มก้าวเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในฐานะทีมแข่งไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ประกอบด้วยนักบิดไทย, ทีมช่างไทย และทีมซัพพอร์ทชาวไทยล้วน ฝ่าฟันเกมสุดโหดและหินอย่าง "ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง" ด้วยการคว้าท็อปโฟร์มาครองได้อย่างสมภาคภูมิ


มร.โยอิจิ มิซึทานิ (Mr.Yoichi Mizutani) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เผยว่า "ผมได้รับรู้ถึงความมั่นใจในการทำงานของทีม ทั้งตัวทีมช่าง, นักบิด และการทำงานด้านต่างๆ หลังจากที่พวกเขาต้องเจอความกดดันต่างๆ ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา"

"แน่นอนเราได้เห็นศักยภาพของพวกเขา และผลการแข่งขันที่ออกมา เรายอมรับว่าเราน่าจะจบได้ในอันดับ 5 ถือว่าเป็นโชคดีที่ได้อันดับ 4 แต่ก็เชื่อมั่นในศักยภาพ เพราะการจะทำทีมแข่งเอ็นดูรานซ์ให้จบเรซ 4 ชั่วโมงนั้นไม่ง่าย และเราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราทำได้ในฐานะทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์"

เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ใช้เวลาเตรียมตัวกว่า 6 เดือน หลังจากประกาศนโยบายว่าจะส่งทีมที่ประกอบด้วยคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์เข้าร่วมการแข่งขันเอ้นดูรานซ์ระดับนานาชาติรายการ ซูซูกะ 4 ชั่วโมง โดยพวกเขาให้ความไว้วางใจในประสบการณ์ระดับโลกของ "ฟิล์ม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ อดีตนักบิดเวิลด์จีพีที่โลดแล่นในการแข่งขันระดับเวิลด์คลาสมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ให้รับหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทำหน้าที่มอบทุกอย่างที่เขาสั่งสมมาตลอดอาชีพการเป็นนักบิดให้ทุกคนภายในทีม

การฝึกซ้อมนำไปสู่เป้าหมาย


นักบิดทั้ง 3 คนที่ผ่านการคัดเลือกซึ่งไม่ได้ดูแค่ความเร็ว แต่ยังต้องพิจารณาจากคุณสมบัติด้านต่างๆ ทั้งเรื่องทัศนคติในการแข่งขัน, การวางแผน, สภาพร่างกาย และการทำงานร่วมกับทีม โดย 3 คนที่ถูกเลือกให้ทำหน้าที่นักบิดของทีมได้แก่ "เอ้" วรพงศ์ มาลาหวล และ "ดรีม" สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง รับหน้าที่เป็นนักบิดตัวจริง รวมถึง "มุกข์" มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวแกร่งหนึ่งเดียวของไทย ถูกเลือกสู่ทีมในฐานะนักบิดสำรอง

นอกจากนักบิดแล้ว "ทีมช่าง" ถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในศึก เอ็นดูรานซ์


พวกเขาซ้อมกันอย่างหนักทั้งทีมช่าง และนักบิด ก่อนเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นในฐานะทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ แน่นอนปัญหาเกิดขึ้นได้เสมอ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ต้องเจอสถานการณ์ยากลำบากเมื่อ สิทธิศักดิ์ พลาดล้มในการซ้อมครั้งที่ 2 นักบิดหนุ่มขอนแก่นได้รับบาดเจ็บที่ไหปลาร้า จนพลาดจากการแข่งขันสุดสัปดาห์ดังกล่าวทันที

"ดรีม" สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง บาดเจ็บที่ไขปลาร้า ต้องส่งหน้าที่สำคัญให้ "มุกข์" มุกข์ลดา สารพืช


เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ที่เพิ่งร่วมการแข่งขัน ซูซูกะ 4 ชั่วโมง เป็นครั้งแรกต้องปรับกลยุทธ์การแข่งขันทันที มุกข์ลดา ต้องรับหน้าที่นักบิดคนที่ 2 และแบกรับความกดดันอย่างหนัก เพราะขาดความคุ้นเคยในตัวรถแข่ง ซีบีอาร์ 600อาร์อาร์ ขณะที่ทีมต้องปรับแผนในการแข่งขันแทบทั้งหมดในการส่งนักบิดลงแข่งในแต่ละช่วง รวมถึงแผนในการเข้าพิตแต่ละครั้งที่ต้องปรับให้เหมาะสมกับนักบิดทั้ง 2 คน เพื่อให้ลงตัวที่สุดกับศึก เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง ที่ต้องมีความแม่นย่ำในการทำงาน


พวกเขาช่วยกันคว้ากริดที่ 5 มาครองจากการควอลิฟายทั้งสองช่วง ก่อนที่ต้องเจอสถานการณ์หลากหลายให้แก้ปัญหาทั้งฝนที่ตกลงมาอย่างหนักช่วงออกสตาร์ท ต้องปรับแผนและเปลี่ยนมาใช้ "ยางเว็ต" เพิ่มขั้นตอนการเข้าพิตและพิสูน์ความสามารถทีมช่างในการเซ็ตอัพในช่วงเวลาที่ต้องแข่งขันกับเวลา ขณะที่ "วรพงศ์" และ "มุกข์ลดา" ก็สามารถฝ่าความกดดัน และพารถแข่งเข้าเส้นชัยได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ว่า "ต้องการจบการแข่งขันให้ได้" เท่านั้น

มร.โยอิจิ มิซึทานิ (Mr.Yoichi Mizutani) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ถ่ายภาพกับแฟนๆ ชาวไทย


แน่นอนว่า "ท็อปโฟร์" ในฐานะทีมแข่งไทยร้อยเปอร์เซ็นต์กับการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ที่โหดและหินเช่นนี้ ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำเร็จของ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมื่อมีความตั้งใจและการเตรียมความพร้อมที่ดี คนไทยก็พร้อมปลดล็อกเพื่อก้าวข้าวสู่การเป็นทีมระดับเวิลด์คลาสในอนาคต

"ก้าวแรกของเราถือว่าทำได้ดีมาก ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย และคือการเริ่มต้นนับหนึ่งที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ผมมองว่าเป็นก้าวที่ดีในการไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ว่าจะส่งทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์เข้าสู่การแข่งขันโมโตจีพีในปี 2025" มร.โยอิจิ กล่าว

ภายหลังจบการแข่งขันที่ ซูซูกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มร.โยอิจิ เผยว่าได้วางแผนงานสำหรับครั้งต่อไปทันที เพื่อต้องการต่อยอดไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ในอนาคต

"ผมสั่งให้ เฮ้ดโค้ช (รัฐภาคย์) กลับไปคิดและทำการบ้านมาว่าเป้าหมายของเราในปีหน้าจะเป็นอย่างไร เป้าหมายคืออะไร ในปีนี้ถ้าเราตั้งเป้าสูงเกินไป อาจจะกดดันทุกคนจนไม่สามารถทำผลงานที่ดีได้ การตั้งเป้าในครั้งนี้ที่หวังไว้เพียงจบการแข่งขันใน 4 ชั่วโมงให้ได้ ทำให้ทุกคนผ่อนคลาย และแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่"

"ฟิล์ม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ เฮ้ดโค้ช ติวเข้ม "เอ้" วรพงศ์ มาลาหวล


"ในปีหน้าเราจะกลับมาล่าความสำเร็จ อย่างน้อยต้องท็อปไฟว์ หรือถ้าจะให้ดีต้องจบบนโพเดี้ยม" มร.โยอิจิ แสดงความมุ่งมั่น

ขณะเดียวกัน บิ๊กบอส เอ.พี.ฮอนด้า ยังกล่าวถึงแผนในการพาทีมคนไทยรอยเปอร์เซ็นต์ก้าวไปสู่การแข่งขันระดับโลกว่า "เราจะพาทีมที่เป็นคนไทยล้วนไปลุยศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ภายในปี 2020 แต่นี่เป็นเพียงเป้าหมาย ซึ่งอาจมีความเปลี่ยนแปลงก็ได้ เราอาจจะปรับเปลี่ยนมาแข่งขัน ซูซูกะ 8 ชั่วโมง ก็เป็นได้"

"เอ.พี.ฮอนด้า มีแนวทางเหมือน ฮอนด้า ทั่วโลก ที่ต้องการพัฒนาทีมในประเทศให้ไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ และระดับโลก ดูอย่างผลการแข่งขัน 1-5 ของ ซูซูกะ 4 ชั่วโมง จะเห็นได้ว่าแทบไม่มีทีมจากญี่ปุ่นเลย แสดงให้เห็นว่าทีมจาก อาเซียน มีการพัฒนาอย่างมาก รวมถึงทีมจากประเทศไทยด้วย" มร.โยอิจิ กล่าว

อย่างไรก็ดี มร.โยอิจิ ยังคงมองว่าการใช้คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ในการแข่งขันถือเป็นเรื่องที่ดีในการพัฒนาสู่เป้าหมาย และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้มาตรฐานการทำงานของคนไทยสูงขึ้นตามลำดับ ทว่าในบางขั้นตอนก่อนจะเข้าสู่สัปดาห์แห่งการแข่งขัน คือการเตรียความพร้อมก่อนหน้านั้น ยังคงจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ

การฝึกซ้อมเปลี่ยนตัวนักบิดระหว่างเรซ


"ณ ปัจจุบันต้องยอมรับว่าเราต้องมีการเตรียมทีมอย่างมากก่อนที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน หลายๆ ขั้นตอนการเตรียมงาน อาจยังใช้ศักยภาพของคนไทยทั้งหมดไม่ได้ ซึ่งยังต้องร่วมงานกับทีมงานต่างชาติในการทำงาน ก่อนที่จะเข้าสู่ความพร้อมในการแข่งขัน ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้บุคลากรภายในทีมได้เรียนรู้และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการถ่ายทอดความรู้และซึมซับวิธีการทำงานจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติ"

"เราจำเป็นต้องพัฒนานักแข่งขึ้นมาใหม่ตั้งแต่รุ่นเยาวชน อายุเฉลียสูงสุดของนักบิดระดับโลกส่วนใหญ่จะไม่เกิน 25-27 ปี ฉะนั้นเราต้องเริ่มต้นหานักแข่งอายุ 14-16 ปี ในการที่จะผลักดันไปสู่ โมโตจีพี ประเทศไทยต้องมีวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดี และการคิดโปรแกรมนี้ขึ้นมาในด้านการพัฒนาและเตรียมตัวด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาของเรา ก็ถูกสร้างขึ้นโดย มร.ทามาดะ ซึ่งตอนนี้อยากให้มี แพทย์ด้านการกีฬาโดยเฉพาะในเมืองไทย" มร.โยอิจิ กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย

กองเชียร์ชาวไทย


นอกจาก การพาทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์สู่ก้าวแรกของการแข่งขัน ซูซูกะ 4 ชั่วโมง แล้ว "เอ.พี.ฮอนด้า" ยังเปิดโอกาสให้พนักงานและตัวแทนจำหน่ายร่วมเดินทางเพื่อให้กำลังใจทีมของคนไทยด้วย โดย มร.โยอิจิ กล่าวถึงความคิดแปลกใหม่นี้ว่า

"สำหรับเรา มอเตอร์สปอร์ต คือกลยุทธ์สำคัญในการก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ สิ่งหนึ่งที่จะทำให้พนักงานทุกคนมีแรงกระตุ้นในการทำงาน คือการเอามอเตอร์สปอร์ตเข้ามาทำให้พวกเขามีเป้าหมาย และมีส่วนร่วมกับบริษัทมากขึ้น"

ปฏิเสธไม่ได้ว่าครั้งแรกของ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ แม้ไม่ได้สมบูรณ์แบบเต็มร้อยและมีการบ้านให้กลับมาแก้ไข เพื่อทำงานหนักสู่การแข่งขันครั้งต่อไป แต่นี่คือก้าวแรกที่สำคัญมากในการผลักดัน "ทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์" สู่การแข่งขันระดับโลก พวกเขาแสดงให้เห็นว่า "นี่คือก้าวเล็กๆ แต่มีความหมาย และเราจะได้เห็นพวกเขาในเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกในอนาคตอย่างแน่นอน"

 
 
"ฮอนด้า" สร้างโปรเจ็กต์ยักษ์! ปั้นเด็กไทยสู่โมโตจีพี ภายในปี 2025... [ 2017-12-16 ]
"ปตท.-สนามช้าง" ผนึกกำลังระเบิดศึกดริฟต์อินเตอร์ส่งท้ายปี... [ 2017-12-14 ]
"TSS 2018" ดวล 5 สนาม คัมแบ็ก "เซปังฯ"... [ 2017-12-14 ]
"3 มงกุฏ" เตรียมระเบิดศึก SUPER ENDURANCE 600 MINS 15-16 ธ.ค.นี้ ที่บุรีรัมย์... [ 2017-12-08 ]
"ครอบครัวฮอนด้า" เชียร์สนั่นแทร็ก ซ้อมใหญ่รับศึกโมโตจีพี... [ 2017-12-07 ]
 
 
 

© 2010-2014 Motorsport Lives

E-Mail : motorsportlives@gmail.com