มาร์ค มาร์เกซ นักบิดต่างดาวจาก เรปโซล ฮอนด้า เผยว่า 7 รอบแรกในศึก คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ นับเป็นรอบที่ดีที่สุดของเขา ที่ถือว่า “ผมคือ มาร์ค” อีกครั้ง ก่อนพลาดล้มที่ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า
มาร์เกซ คือนักบิดเพียงคนเดียวที่เลือกใช้ยางหลัง “ซอฟท์” สำหรับการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ บาร์เซโลน่า
โดยเจ้าตัวเผยว่า “วันนี้… ถึงเวลาแล้วที่จะเพิ่มความเสี่ยง นั่นหมายความว่าไม่ใช่เพียงลงไปบิดเพื่อผลาญน้ำมันเล่นเท่านั้น”
มาร์เกซ ทะยานจากกริดที่ 13 ขึ้นไปมีลุ้นต่อสู้เพื่อโพเดี้ยมในช่วง 4 รอบแรก แต่ก็ต้องพลาดล้มเป็นเรซที่ 3 ติดต่อกัน ในโค้ง 10 ของรอบที่ 8
นักบิดฮอนด้า กล่าวว่า เขาถูกบังคับให้ทำผิดพลาด เพราะนักบิดคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหน้ามี “เรซเพซ” ที่เร็วขึ้น ซึ่งตัวเขาเองรู้ดีว่าหากต้องการจะต่อสู้ในกลุ่มนี้ให้ได้ ก็จำเป็นจำต้องเพิ่มขีดการต่อสู้ของตนเองตามไปด้วย
น่าเสียดายที่ มาร์เกซ พลาดล้ม แต่เขาก็ยืนกรานว่าตนเองทำผลงานค่อนข้าวดีในช่วง 7 รอบแรกก่อนจะล้ม มากกว่าการแค่ลงไปบิดให้จบการแข่งขัน แต่เขายังคงรักษาความเร็วได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังบาดเจ็บครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 2020
“ใช่ครับ… วันนี้ผมสนุกกับมันมาก ผมได้ลองเค้นตัวเอง” มาร์เกซ เผยและอธิบายถึงการล้มของตัวเอง
“ผมกลับไปเป็น มาร์ค คนเดิม และสำหรับผมมันคือ 7 รอบที่ดีที่สุดในปีนี้”

“ดังนั้น… ผมจึงลงไปบิดในแบบที่ผมต้องการ และตอนที่อยู่บนกริด ผมบอกกับตัวเองว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเสี่ยง”
“ผมหมายความว่า ผมไม่สนใจนะว่าเราจะอยู่ตรงไหน หรือเริ่มมาจากตรงไหน และผมก็ไม่สนใจเสียงคนใครๆ ด้วย (เสียงวิจารณ์ษการขับขี่)”
“ผมเชื่อว่าวันนี้ (วันอาทิตย์) คือวันที่ผมต้องเพิ่มความเสี่ยง เพราะสำหรับผมแล้ว การลงไปบิดเพื่อผลาญน้ำมัน หรือผลาญยางเล่น แล้วจบเรซในอันดับ 12 หรือ 14 มันไม่ใช่ตัวผม”
“ดังนั้น นี่จึงเป็นเพียงสิ่งที่ผมต้องทำ ผมเริ่มเค้นตั้งแต่เริ่มต้นเรซอยู่ที่ทุกคนเห็น ผมเร่งแซง, ผมสนุกกับมันมาก และหลังจากนั้นทุกๆ คนก็กลับเข้าสู่จังหวะของตัวเอง ผมจึงรู้ว่าผมอยู่ในตำแหน่งที่ผิด (เรซเพซยังสู้แถวหน้าไม่ได้)”
“แต่ผมรู้ดีว่าช่วง 3-4 รอบนั้นมีความสำคัญ ซึ่งก็คือตอนที่คนอื่นๆ ยังมีเรซเพซไม่เข้าที่ นั่นทำให้เขาสามารถบิดไปกับพวดเขาได้”
“ผมบอกตัวเองว่า โอเคถ้ารักษาระดับนี้ไว้ 3-4 รอบ จะสามารถเกาะกลุ่มนี้ได้จนจบเรซ แต่ก็เป็นรอบที่เสี่ยงมากเกินไป ผมอยู่ข้างหลัง อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร และผมก็เสียอัตราเร่งที่โค้ง 2 ไปเยอะมาก เมื่ออกจากโค้ง 3-5 ผมช้ากว่าเขานิดหน่อย รวมถึงอัตราเร่งที่สูยเสียไปเยอะมากที่โค้ง 9”
“จากนั้น… ผมพยายามจะลดระยะห่างคืนด้วยการเบรกลึกที่โค้ง 10 ซึ่งผมก็ไม่ได้เบรกหนักอะไร เพราะ มาเวริค บีญาเลส อยู่หลังผม เขาเบรกช้ากว่าผม แต่เขาหยุดรถได้ ส่วนผมหยุดไม่ได้ และก็ล้มไป”
“ล้อหน้าผมล็อกก่อนจะล้ม แน่นอนว่าผมไม่แฮปปี้กับผลการแข่งขัน แต่ในทางกลับกัน… ผมมีความสุขกับแนวทางการขี่ของตัวเองในช่วง 7 รอบนั้น”
วีดีโอที่เกี่ยวข้อง